วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ตลอดเวลาทั้งวัน ริโก้แทบไม่เป็นอันเรียน นั่งเหม่อลอย ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องทวงถามคำตอบเรื่องบิดาจากมารดาของเขาเท่านั้น จนกระทั่งเสียงออกของคาบวิชาสุดท้ายดังขึ้น หนุ่มน้อยคว้าเป้ใส่ตำราแบกขึ้นบ้า แล้วรีบจ้ำออกจากโรงเรียนโดยเร็ว

ริโก้เดินมาตามทางหลังจากเลิกเรียน ใจคิดถึงแต่เรื่องเมื่อเช้าที่ได้คุยกับแม่ วันนี้แหละ หลังจากแม่กลับมาจากทำงาน เขาจะต้องสอบถามแม่เรื่องของพ่อผู้ให้กำเนิดให้จงได้

"ริโก้....ริโก้..." เสียงเรียกชื่อเบาๆลอยมา หนุ่มน้อยหันขวับไปตามเสียง

ว่างเปล่า...รอบๆตัวของเขาว่างเปล่า ความรู้สึกหวาดระแวงเริ่มคุกรุ่น เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น จนถึงซอยเปลี่ยวทางเข้าบ้าน

ลมเย็นวูบลอยวูบเข้ามา ริโก้กระพริบตาเมื่อสายลมปะทะใบหน้า และเมื่อลืมตาอีกครั้ง เบื้องหน้าเขาปรากฎเงาดำทะมึน

หนุ่มน้อยตกตะลึงกับร่างตรงหน้า ชายร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม ดวงตาแข็งกร้าวในชุดกรุยกรายสีดำยืนจ้องตรงมาอย่างอาฆาต

ริโก้รวบรวมความกล้า แล้วถามออกไป "มีอะไรหรือครับ อยากให้ช่วยอะไรหรือเปล่า"

"แหวนแห่งโลเมร่า เอามาให้ข้า ข้าต้องการแหวนนั้น" เสียงเข้ม แต่เยือกเย็นนั้นตอบมา

"แหวนอะไร ผมไม่มี"เขาปฏิเสธ แต่นึกขึ้นได้ถึงกล่องกำมะหยี่ที่มารดาให้มาเมื่อตอนเช้า เขามัวแต่คิดถึงเรื่องของพ่อ จนลืมที่จะนึกถึงมันไป

"จงนำมันมาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า" เสียงของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนริโก้รู้สึกหวั่นเกรง

"ผมไม่มีแหวนอะไรนั่นหรอก" หนุ่มน้อยยังคงยืนยันคำเดิม

"โกหก!" ชายร่างใหญ่ตวาด ก่อนเดินตรงดิ่งเข้าหาหนุ่มน้อย

"ถ้าคุณทำร้ายผม ผมจะแจ้งตำรวจ"

ชายร่างใหญ่แสยะยิ้ม "พวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ส่งแหวนนั่นมา" ประโยคสุดท้าย เสียงของเขาก้องกังวานดังลั่น

ริโก้ค่อยๆถอยหนึ ทีละก้าว หากแต่ชายผู้นั้นก็ค่อยๆเดินหน้าเข้าหาเขาเช่นกัน

ทันใดนั้นเอง หนุ่มน้อยหันหลังวิ่ง แต่ช้ากว่าชายร่างใหญ่ มือใหญ่โตแข็งแรงกระชากร่างริโก้เหวี่ยงลงกับพื้นอย่างเร็ว

"พลั่ก" ร่างริโก้กระแทกพื้น

ชายร่างใหญ่ย่างสามขุมเข้าหา แววตาดุดันโหดเหี้ยม

"ไอ้หนู ในเมื่อแกรนหาที่ตายนัก ก็อย่าหาว่าข้าโหดร้ายเลย เมื่อร่างของเจ้าแหลกสลายข้าจะได้เป็นผู้ครองแหวนแห่งโรเมล่า และราชาแห่งโรเมล่าก็จะสูญสิ้นทายาท จงดับสูญไปเสียบัดนี้เถิด" มือใหญ่ยื่นตรงมาหมายขย้ำเข้าที่คอหนุ่มน้อยให้แหลกหัก

"ไดมอนด์ บาเรีย"กำแพงระยับเหมือนเพชรปรากฎกั้นร่างของริโก้ไว้ในฉับพลัน ทำให้ชายร่างใหญ่ไม่สามารถแตะต้องร่างของริโก้ได้

ชายร่างใหญ่หันขวับไปมองผู้ขัดขวาง หญิงสาวคนหนึ่งปรากฎกายขึ้น ผิวขาวผ่อง ผมยาวสยายสะกดสายตาชายร่างใหญ่เอาไว้

"ชาวออซรึ นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า อย่ามาแส่" ชายร่างใหญ่ตวาด

"กอร์ดอนแห่งอาดิแกน เจ้าผิดข้อตกลงนะ เจ้าจะมาทำลายล้างชีวิตของมนุษย์บนโลกนี้ไม่ได้"

"ข้าไม่สนใจ ข้าต้องการเพียงแหวนแห่งโรเมล่า และถ้าใครขัดขวางข้ามันต้องตาย" กอร์ดอนตวาด

"ข้ามีหน้าที่ปกป้องชนเผ่ามนุษย์ และในโลกมนุษย์ ข้าก็มีพลังอำนาจเหนือกว่าเจ้า ถ้าต่อกรกับข้า เจ้ารู้ใช่ไหมว่าใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้"

"ขอทราบนามของเจ้าสัหน่อยเถอะแม่สาวน้อย"

"เฟริเซียแห่งฟอเรนเชีย" หญิงสาวบอกยิ้มๆ

"เมื่อเจ้าตายข้าจะได้ไม่ลืมยังไงล่ะเฟริเซีย" พูดจบกอร์ดอนก็พุ่งร่างเข้าใส่หญิงสาว

เฟริเซียจ้องมองอย่างไม่สะท้าน "ในเมื่อรนหาที่ก็คงจะห้ามไม่ได้"

เมื่อกอร์ดอนพุ่งร่างเข้าหา เฟริเซียหมุนตัวหลบ หญิงสาวหันมามองริโก้แว่บหนึ่ง ก่อนหันกลับไปปะทะกับกอร์ดอนที่แม้ร่างกายจะใหญ่โต แต่ก็เคลื่อนไหวร่างกายได้รวดเร็วนัก

"อะโครเนีย ฟินิกเซีย อามันเดรา"มนต์บทหนึ่งออกจากปากหญิงสาว ปรากฎร่างของนกไฟขนาดมหึมาพุ่งเข้ามากอร์ดอน

นกไฟบินร่อนอยู่รอบตัวของกอร์ดอน เขาทำได้เพียงเหลียวมองตามร่างของนกไฟอย่างหวาดระแวง จังหวะหนึ่งที่กอร์ดอนเริ่มรู้สึกหวาดกลัว นกไฟก็ถลาเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว แล้วกลายเป็นเปลวไฟหุ้มห่อตัวเขาไว้

"อร๊ากกกกกกก" เสียงร้องอย่างเจ็บปวด "ฝากไว้ก่อนเถอะ แหวนแห่งโรเมล่าต้องเป็นของข้า" เสียงนั้นหายไปพร้อมร่างใหญ่โตพร้อมควันดำมืดกลุ่มหนึ่ง

เฟริเซียหันมามองริโก้ บัดนี้ชายหนุ่มนั่งนิ่งตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็น

หญิงสาวก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม พร้อมยื่นมือให้กับเขา

ริโก้เอื้อมมือไปจับ ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างมึนงง

"เรื่องจริงหรือนี  เรื่องจริงหรือ เราฝันไปหรือเปล่า"

"ท่านไม่ได้ฝัน เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ตอนนี้ท่านตกอยู่ในอันตรายแล้ว และข้าเองเดินทางมายังโลกนี้เพื่อปกป้องท่าน"

"ปกป้องผม ปกป้องผมจากอะไร และจะเกิดอะไรขึ้นกับผม" ชายหนุ่มถามอย่างตื่นกลัว




"จงตามข้ามา ตามข้ามาสิ ริโก้เจ้าคือทายาทแห่งข้า ทายาทแห่งโลเมร่า"

หนุ่มน้อยสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกนั่งบนเตียงนอน สายตากวาดมองไปทั่วห้องอย่างตื่นตระหนก ฝันเรื่องเดิม เสียงเดิมที่ก้องในหัว ทำให้เขารู้สึกกลัวมากขึ้น มากขึ้นทุกครั้ง

ริโก้ ค่อยๆหย่อนข้าทั้งสองข้างลงจากเตียง แสงตะวันจากขอบฟ้าเริ่มปรากฎขึ้น ชายหนุ่มทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง

เขาฝันถึงเสียงนี้มาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก และค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งถึงตอนนี้ตอนที่เขาอายุย่างเข้าสิบเจ็ดปีในวันนี้ หากแต่ยังคงสงสัยและค้างคาในเรื่องหนึ่ง นั่นคือ ทุกครั้งที่ฝัน เขาจะได้ยินเพียงแค่เสียง แต่ไม่เคยเห็นภาพ หรือรูปร่างเจ้าของเสียงเลยสักครั้ง

"วันนี้ตื่นเช้าจังนะลูก" ฟลอร่าผู้เป็นแม่เอ่ยทัก เมื่อเห็นลูกชายของเธอเดินลงมาจากห้องนอนชั้นบน

"เช้านี้มีอะะไรกินบ้างครับแม่" ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมยิ้มให้มารดา

"ขนมปังปิ้ง กับไข่ดาว แล้วก็ไส้กรอก" ผู้เป็นแม่ตอบยิ้มๆ

ชายหนุ่มนิ่วหน้า "เหมือนทุกวันเลยนะแม่

"เอาน่าริโก้ พอดีแม่รีบน่ะจ้ะ วันนี้เบลต้องไปเฝ้าคริสที่โรงพยาบาล แม่ต้องไปเฝ้าร้านแทน อาจจะกลับค่ำๆนะลูก"

"คริสเป็นอะไรหรือครับแม่"

"โรคคนแก่น่ะลูก เจ็บป่วยออดๆแอดๆ ช่วงหลังนี่เขาโรงพยาบาลบ่อย จนเบลเองเริ่มจะวิตกมากขึ้นแล้ว"

"ครับ แม่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมกินอาหารเช้าเสร็จแล้วผมจะไปโรงเรียน ส่วนตอนเย็นแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมหาอะไรในตู้เย็นใส่ไมโครเวฟอุ่นกินเองก็ได้ครับ"

"ริโก้ แม่ขอโทษะนะ" ฟลอร่ามองลูกชาย น้ำตาค่อยๆเอ่อล้นไหล ริโก้มองแม่ด้วยความฉงน
"แม่ขอโทษที่ดูแลลูกได้ไม่เต็มที่ ทั้งๆที่แม่ก็อยากให้ลูกสุขสบายมากกว่านี้"

ริโก้มองหน้ามารดา ค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือมารดามากุมไว้ "แม่ครับ ผมรู้สึกภูมิใจนะครับที่ถึงแม้เราจะมีกันแค่สองคน แต่ผมก็ไม่ได้ลำบากมากมายอย่างที่แม่คิด ผมอยากให้แม่รู้ว่า ผมรู้สึกซาบซึ้งและเป็นสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้แม่ ได้กอดแม่ เชื่อผมเถอะครับว่าถึงผมจะไม่มีพ่อเหมือนคนอื่น แต่ผมก็มีความสุขไม่แพ้คนอื่นเลยครับ"

ฟลอร่ามองลูกชาย "วันนี้วันเกิดของลูก วันเกิดครบสิบเจ็ดปีของลูกใช่ไหมจ้ะ"

"ครับ แม่จำได้" ลูกชายยิ้มออกมา

"แม่ไม่เคยลืม และคงถึงเวลาที่แม่ต้องให้ของสิ่งหนึ่งกับลูกแล้ว" ฟลอร่าพูดก่อนเดินลับหายไป และกลับมาไม่นานพร้อมกล่องกำมะหนี่สีน้ำเงินเข้มกล่องหนึ่ง

"ของขวัญวันเกิดหรือครับแม่ เซอร์ไพร้ส์มากเลยนะครับนี่" ริโก้พูดล้อ

"มีคนคนหนึ่งฝากไว้ให้ลูก เป็นคนสำคัญที่ลูกคาดไม่ถึง เขาสั่งไว้ว่าวันใดที่ลูกอายุครบสิบเจ็ดปีให้มอบของสิ่งนี้ให้" ฟลอร่าพูดพร้อมยืนกล่องนั้นให้แก่ลูกชาย

ริโก้ยื่นมือออกไปรับมา "พ่อฝากไว้ให้ผมหรือครับ พ่อเป็นใครครับ ทำไมแม่ถึงไม่เคยบอกผม หรือพูดถึงพ่อเลย จนมาถึงวันนี้ อยู่ๆ แม่ก็พูดถึงเขา ผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้น"

"อย่าริโก้ อย่าไปว่าพ่อ พ่อไม่ได้ไร้ความรับผิดชอบ พ่อรักพวกเรา และอยู่กับลูกจนลูกอายุได้หนึ่งขวบ แต่..แต่พ่อจำต้องจากเราไปด้วยภาระกิจบางอย่าง" ฟลอร่าน้ำตาไหล

"อะไรครับแม่ เกิดอะไรขึ้นกับพ่อ บอกผมมาสิครับ"ริโก้คาดคั้น

"กริ๊งงงงงงงงงง" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฟลอร่ายกมือปาดน้ำตา ก่อนเดินไปรับโทรศัพท์

"ค่ะเบล ฉันจะรีบไปค่ะ รอฉันสักครู่นะคะ" หูโทรศัพท์ถูกวางลง

ริโก้จ้องมองมารดาเหมือนจะทวงถามคำตอบที่ยังคาใจเรื่องบิดาของตน
"เอาไว้กลับมาแล้วแม่จะเล่าเรื่องทั้งหมด แต่ตอนนี้ แม่ต้องไปเฝ้าร้านให้เบล และลูกต้องไปโรงเรียนแล้ว"